ยันต์ตรีนิสิงเห
หนึ่งใน “ยันต์ครู” ยอดนิยม พุทธคุณแรง
คำว่า “ตรีนิสิงเห” มีความหมายเชิงสัญลักษณ์
- ตรี หมายถึง สาม
- นิ หมายถึง การลงหรือการประดิษฐาน
- สิงเห หมายถึง สิงห์ หรือพลังอำนาจ
จึงตีความได้ว่า
“พลังสามประการที่ประดิษฐานลงเป็นอำนาจคุ้มครอง”
ในเชิงพุทธาคมมักตีความว่าเป็น
- พระพุทธ
- พระธรรม
- พระสงฆ์
แต่ในบางสายก็อธิบายเชิงจักรวาลว่าเป็น
- พลังฟ้า
- พลังดิน
- พลังมนุษย์
ซึ่งเป็น สามพลังหลักของจักรวาลตามคติไสยศาสตร์
เลขกลของยันต์
จุดเด่นสำคัญของ ยันต์ตรีนิสิงเห คือการใช้ระบบ “เลขกล” (Magic Number)
นั่นคือครูบาอาจารย์ผู้เขียนยันต์จะกำหนดอักขระคาถาพร้อมด้วยตัวเลข แทนความหมายอันลึกซึ้งของคาถาสำคัญ
ตัวเลขในยันต์ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขธรรมดา แต่ถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์แทน
- พระพุทธคุณ
- เทพเทวา
- พลังจักรวาล
โครงสร้างเลขกลของยันต์นี้มีหลักการสำคัญคือแนวคิดนี้เรียกว่า
“เลขกลจักรวาล”
ซึ่งเชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์ของ
สมดุลพลังงานทั้งสี่ทิศ
ดังนั้นยันต์ตรีนิสิงเหจึงถูกมองว่าเป็น
ยันต์ที่ปกป้องคุ้มครองได้รอบด้าน.
(3) พุทธคุณและอานุภาพ
ตำราโบราณหลายสายถือว่า
ยันต์ตรีนิสิงเหเป็นยันต์ครอบจักรวาล
พุทธคุณที่กล่าวถึง ได้แก่
ป้องกันคุณไสยและภูตผี
เชื่อว่าสามารถป้องกัน
- ภูตผีปีศาจ
- คุณไสย
- สิ่งอัปมงคล
จึงนิยมใช้ในพิธี
- ถอนของ
- ถอนอาถรรพ์
- ปัดเป่าสิ่งไม่ดี
เมตตามหานิยม
ตำราบางสายกล่าวว่า เลขกลในยันต์มีพลัง
ดึงดูดความเมตตา จึงนิยมใช้ในด้าน
- การค้าขาย
- การเจรจา
- การเข้าหาผู้ใหญ่
แคล้วคลาดคงกระพัน
ในสาย สักยันต์ไทย
ยันต์ตรีนิสิงเหถูกเชื่อว่ามีพลัง
- ป้องกันภัย
- กันอาวุธ
- กันอุบัติเหตุ
จึงนิยมสักเพื่อ คุ้มครองชีวิต
ถอนอาถรรพ์และปรับพลังสถานที่
พระเกจิอาจารย์บางสายใช้ยันต์นี้ในการ
- ลงเสาเอก
- ลงบ้าน
- ลงเครื่องราง
เพื่อช่วย ปรับพลังงานของสถานที่
ให้เกิดความเป็นสิริมงคล
การนำไปใช้ในวัตถุมงคล
ยันต์ตรีนิสิงเหปรากฏอยู่ในวัตถุมงคลหลายรูปแบบ เช่น
- สักยันต์
สักบนร่างกายเพื่อการคุ้มครอง
- ผ้ายันต์
ใช้ติดบ้านหรือพกติดตัว
- พระเครื่อง
พระเกจิอาจารย์หลายท่านใช้ยันต์นี้เป็นยันต์สำคัญ เช่น
หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี
ซึ่งใช้ยันต์ตรีนิสิงเหเป็นยันต์ด้านหลังของ
พระปิดตาหลายรุ่น
คติยันต์ล้านนา
ยันต์ ตีนิสิงเห(อ่านแบบล้านนา) เป็นหนึ่งในยันต์สำคัญของคติล้านนา ใช้ในความหมายด้าน การป้องกันภัย แคล้วคลาด และเสริมพลังคุ้มครอง โดยในอดีตนิยมลงยันต์นี้บน
- แผ่นเงิน
- แผ่นทองเหลือง
- ไม้พุทรา
- หรือเครื่องรางสำหรับพกติดตัว
ตามความเชื่อของครูบาอาจารย์แต่โบราณ ยันต์นี้มักใช้กับผู้ที่ต้อง ออกศึก หรือเดินทางไปในสถานการณ์อันตราย เพื่อป้องกันภัยทั้งปวง
คาถาที่ใช้กำกับยันต์ เช่น
“เอ สา ญัต ติ ทุ สะ มะ นิ”
ซึ่งเป็นคาถาที่ใช้กำกับพลังของยันต์ให้เกิดผลในด้านการคุ้มครอง
โครงสร้างตัวเลขในยันต์ตรีนิสิงเห
ลักษณะสำคัญของยันต์ตรีนิสิงเห
คือ การใช้ตัวเลข 1–9 เป็นสัญลักษณ์แทนพลังจักรวาล
ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขธรรมดา แต่เป็น รหัสเชิงสัญลักษณ์ทางจักรวาลวิทยาแบบพุทธ–พราหมณ์
โดยเลข 5 จำนวน 4 ตัวที่อยู่กลางยันต์ ถือเป็นศูนย์กลางของพลัง
ความหมายเชิงสัญลักษณ์ของตัวเลขในยันต์
1 — เอกยักษ์
แทน อาฬวกยักษ์ ผู้คุ้มครอง
2 — เทวดาแห่งกาลเวลา
ได้แก่
- ท้าววรุณเทวราช (กลางวัน)
- ท้าวมิตรเทวราช (กลางคืน)
3 — พระรัตนตรัย
- พระพุทธ
- พระธรรม
- พระสงฆ์
เรียกว่า “ตีนิสิงเห”
4 — จตุโลกบาล
เทพผู้รักษาทิศทั้งสี่
- ท้าวธตรฐ
- ท้าววิรุฬหก
- ท้าววิรูปักษ์
- ท้าวเวสสุวรรณ
5 — พลังแห่งจักรวาล 5 ประการ
เลข 5 เป็นเลขสำคัญในยันต์ ประกอบด้วย
- พระอินทร์ 5 พระองค์
- พระวิษณุกรรม 5 องค์
- พรหมสุทธาวาส 5 ชั้น
- พระพุทธเจ้า 5 พระองค์
จึงเรียกว่า “ปัญจเพชรฉลูกันเจวะ”
6 — เทวดา 6 ชั้นฟ้า
7 — พระพุทธเจ้า 7 พระองค์
เรียกว่า
“สัตตะนาเค”
8 — พระอรหันต์ 8 ทิศ
เช่น
- พระโกณฑัญญะ (ทิศตะวันออก)
- พระกัสสปะ (อาคเนย์)
- พระสารีบุตร (ใต้)
- พระอุบาลี (หรดี)
- พระอานนท์ (ตะวันตก)
- พระคะวัมบดี (พายัพ)
- พระโมคคัลลาน์ (เหนือ)
9 — เทวดานพเคราะห์
- พระอาทิตย์
- พระจันทร์
- พระอังคาร
- พระพุธ
- พระพฤหัสบดี
- พระศุกร์
- พระเสาร์
- พระราหู
- พระเกตุ
ลักษณะการใช้ยันต์ตรีนิสิงเห
ยันต์นี้ปรากฏในหลายรูปแบบ เช่น
- ยันต์เสาดั้ง
- ยันต์อยู่ยงคงกระพัน
- ยันต์คุ้มครองเดินทาง
โดยมีการ ปรับตำแหน่งตัวเลขหรือคาถาเล็กน้อยตามสายครูบาอาจารย์
เช่น
- ปัญจเพชรฉลูกันเจวะ
- ปัญจะวิสะนูกัญเจวะ
ซึ่งเป็นรูปแบบคาถาที่แตกต่างกันในแต่ละสำนัก
มุมมองเชิงปรัชญาแบบ “เวทปรัชญา”
หากมองผ่านมุมของ เวทปรัชญา
ยันต์ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องรางหรือวัตถุมงคลเท่านั้น
แต่เป็น
“สัญลักษณ์ของการจัดระเบียบพลังงาน”
องค์ประกอบของยันต์ เช่น
- ตัวเลข
- รูปทรง
- อักขระ
ทำหน้าที่เป็นเสมือนภาษาแห่งพลังงานของจิต เมื่อผู้ใช้มี
- สมาธิ
- ศรัทธา
- สภาวะจิตที่นิ่ง
ยันต์จึงทำหน้าที่เหมือน
ตัวกลางในการส่งและรับพลังงาน
ระหว่างจิตมนุษย์กับจักรวาล
และนี่คือเหตุผลที่ทำให้
ยันต์จำนวนมากในวัฒนธรรมไทย
ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพียงเพื่อความ ศักดิ์สิทธิ์
แต่ยังสะท้อนถึง
ภูมิปัญญาโบราณในการทำความเข้าใจ
พลังของจิต มนุษย์ และจักรวาล
อ้างอิงข้อมูล
จากหนังสือตํารายันต์เตียนและคาถาต่างๆ
เรียบเรียง โดย อาจารย์สุบิน นะหน้าทอง
ตํารายันต์และคาถาต่างๆ จากปั๊ปสาโปราณล้านนา
คัมภีร์ ศาตร์สายเวทย์ล้านนา ที่ได้สืบมาจากครูบาอาจารย์สายล้านนาและนำมาชำระใหม่จากของเก่า
